|
“ทุกชีวิตมีค่า!” นี่คือคติประจำใจของโจนัสและคริศตี้ยึดถือในชีวิตและการทำงาน ตั้งแต่เริ่มเป็นนักแสดงใหม่ๆ เขามีความคิดที่ว่า ดนตรีเป็นสื่อที่มีพลัง สามารถฝ่าม่านประเพณีระหว่างผู้คนต่างเชื้อชาติ ต่างสีผิว ต่างภาษา ต่างอายุ ต่างเพศ หรือต่างวงสังคม
ดนตรีคือภาษาของหัวใจ เมื่อนำมาใช้ในทางที่ถูก ก็จะช่วยสมานความเจ็บปวดรวดร้าว จากโรคภัยไข้เจ็บ ความทุพพลภาพ หรือแม้แต่ความปวดร้าวและบาดแผลในใจ ทั้งสองได้รับแรงจูงใจจากการที่คนไทยมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่นเขา จึงยินดีที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณกุศลตามสถานที่ต่างๆเป็นประจำ
กิจกรรมรนรงค์ต่อต้านยาเสพติด
โจนัสและคริศตี้มีความตั้งใจที่จะมีส่วนช่วยเสริมสร้างอนาคต จึงจัดกิจกรรมต่อต้านยาเสพติดร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ด้วยการฝึกอบรมเยาวชนหลายรุ่น ด้วยการเพิ่มสีสรรจากการแสดงของเขาทั้งสอง และรวมไปถึงการเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ เช่น เมาไม่ขับ และการเลิกสูบบุหรี่ เป็นต้น
สัมผัสส่วนตัว
บ่อยครั้งโจนัสกับคริสตี้ไปทำการแสดง และพบปะเยี่ยมเยียนตามสถานสงเคราะห์ต่างๆของภาครัฐฯและภาคเอกชน เช่น บ้านพักคนชรา สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า สถานสงเคราะห์ผู้ทุพพลภาพ สถานพินิจฯเด็กและเยาวชน ฯลฯ ความรักและความกรุณาที่มอบให้จากใจจริงไม่เคยหวนกลับมาสูญเปล่า
เยี่ยมเยียนผู้ป่วย
โจนัสและคริศตี้ไปให้กำลังใจผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติเป็นประจำทุกปี โดยจัดกิจกรรมนันทนาการ ดนตรีบำบัด ความสุขและความเพลิดเพลินใจแม้เพียงเล็กน้อยก็เปรียบเสมือนพลังใจที่มอบให้ผู้ป่วยที่กำลังสิ้นหวัง ท้อแท้ให้มีกำลังใจที่จะสู้ชีวิตต่อไปได้
ให้กำลังใจแก่ผู้ทุพพลภาพ
โจนัสและคริศตี้ได้มีส่วนร่วมในวันคนพิการแห่งชาติที่สวนอัมพรเป็นเวลาต่อเนื่องกว่าสิบปีแล้ว ทั้งสองยังได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้ทุพพลภาพทุกครั้งที่ไปร่วมงาน นอกจากนี้แล้วโจนัสและคริสตี้ยังมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สถานฟื้นฟูและสถานสงเคราะห์อีกหลายแห่งอีกด้วย
|